Facebook Twitter
gPlus 
-

น้ำพริก มห้ศจรรย์อาหารรสร้อน



ในศาสตร์แพทย์แผนไทย การชะลอวัยในศาสตร์การแพทย์ แผนไทยนั้น คือการที่ร่างกายสามารถ ทำกิจกรรม ๓ ประการดังนี้ได้เป็นปกติ ๑. กินได้ ๒. ถ่ายได้ ๓. นอนหลับ โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยใดๆ มาทำให้กิจ เหล่านั้นได้สำเร็จ  ถ้าต้องพึ่งพาสำแดงว่า กายนั้นไม่ปกติ ก็ ต้องหาเหตุที่ทำให้ไม่ปกตินั้น มิใช่ไปพึ่งพายาถ่าย ยานอนหลับ นั่นเป็นปลายเหตุ เพราะถ้าไม่แก้กัน ที่ต้นเหตุก็จะไม่ปกติอยู่ร่ำไป ไฟย่อยและระบบการย่อยเป็นเครื่องมือใน การย่อยอาหารเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานให้กับ ร่างกาย ระบบการย่อยนั้นวิชาหมอไทยแจงว่า เป็น เรื่องของรูปธาตุดินหรือปถวีธาตุ วิชาหมอไทยยังแจงต่อไปว่า ปถวี "อันตคุณัง" หมายถึงระบบการย่อย และ "อันตัง" หมายถึงระบบ การขับถ่ายจากการย่อยนั้น เมื่อระบบย่อยทำงานต้องอาศัยปิตตัง (น้ำ ย่อย) อันมาแต่ยกนัง (ระบบตับ) ทำงานประสานกัน ไปให้ระบบบ่อยทำงานเป็นปกติ เกิดเป็นปริณามัคค (ไฟย่อย) ความร้อนในการเผาผลาญอาหาร เมื่อเกิดความร้อนในระบบก็จะเกิดโกฎฐาสยา- วาตา (ลมในไส้) ช่วยคลุกเคล้าและขับเคลื่อนระบบ ไฟย่อยทำให้เรากินได้ ทำให้เราถ่ายได้ ถ้ากินได้/ถ่ายได้เป็นปกติ การนอนหลับก็จะดี ขึ้น แต่ต้องไม่มีความเครียดหรือความวิตกมาเยือน และถ้าไฟย่อยหย่อนลงน้อยไป ระบบการย่อยการ เผาผลาญอาหารก็จะไม่สมบูรณ์ ทำให้กินได้น้อย การย่อยก็ไม่ดี

นวัตกรรม "น้ำพริก" ของคนไทย จึงเกิดขึ้น เป็นเครื่องจิ้มในมื้ออาหาร เพราะน้ำพริกมีรสร้อนช่วยจุดไฟ ย่อยทำให้การเผาผลาญอาหาร ดี กินแนมไปพร้อมมื้ออาหาร ทำให้เจริญอาหาร ท้องไส้สบาย ช่วยย่อยอาหารให้ปกติ แถมมี เครื่องจิ้มเป็นผักสดเพิ่มกากใยอาหาร เข้าไปอีก ช่วยระบบการขับถ่าย มีวิตามิน เกลือแร่ ครบบริบูรณ์ในสำรับน้ำพริก สนับสนุนบทความโดย https://triplesevenclub.com

ถ้ากินได้/ถ่ายได้เป็นปกติ การนอนหลับก็จะดีขึ้น แต่ต้อง ไม่มีความเครียดหรือความ วิตกมาเยือน น้ำพริกกินคู่กับปลาทอด ปลาย่าง หมูหวาน แนมด้วยผักสุดหรือผักลวกราดหัวกะทิ น้ำพริกมีรสชาติอันเผ็ดร้อน เป็นนวัตกรรม ที่คิดค้นขึ้นมาได้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศใน ภูมิประเทศ น้ำพริกเป็นอาหารแห่งสายสมในประเทศแห่ง สายลม (ประเทศไทย) ในวิชาหมอไทยกล่าวว่า รสร้อนนั้นช่วย กระจายกองลมอันเกิดจากลมฟ้าลมฝนในประ- เทศแห่งลมมรสุมนี้ และในวิชาหมอไทยนั้นแจงว่า เมื่อเข้า ปัจฉิมวัย เริ่มตั้งแต่มีอายุนับได้ ๓๐ ปีไปแล้ว ไฟราตุในกายนั้นจะเริ่มหย่อนลงตามสังขารขันธ์ ไฟย่อยจะถอยลง ไฟอุ่นร่างกายจะถอยตาม

จากวัยกลางซึ่งเป็นวัยแห่งไฟ วัยแห่งความ ร้อน สู่วัยไฟถอยหมดไฟ และเมื่อไฟถอยลมก็ ถอยตามเกิดอาการทางลม จะเริ่ม.. - อาหารไม่ย่อย - ให้ท้องอืดจนเฟ้อ - มีเรอหรือจนเรอเปรี้ยว - จะขัดแข้งขัดขา - จะไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว เพราะลมหย่อน จากไฟหย่อน - จะปวดเมื่อยไปตามเนื้อตามตัว - ความว่องไวกระฉับกระเฉงจะถอยลงตาม เป็นวัยที่ต้องกินยาลงหลังกินข้าว เพื่อช่วยจุด ไฟย่อยไปช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้ลมเคลื่อนตัวได้ดี ลมไหลดี เลือดไหลเวียนดีตามลมให้เลือดลมดี อาหารรสร้อนดีที่สุดสมกับวัย เมื่อไฟย่อยดี ไฟอุ่นกายย่อมดีตาม ไฟแห่งความเสื่อมไปจะชะลอเป็นที่สุด

น้ำพริกรสร้อนจัดจ้าน จึงเป็นอาหารชะลอวัย ด้วยประการฉะนี้ คนที่เป็นโรคเรื้อรัง คนที่เป็นโรคติดเตียง คน ที่เบื่ออาหาร คนติดเกม คนติดโลกโซเชียล คนทำงานสำนักงานติดเก้าอี้ เหล่านี้คือ คนที่เคลื่อนไหวน้อย อาการทางลม จะผุด หรือไม่ผุดวันนี้วันหน้าผุด แน่นอน น้ำพริกคือยาสำหรับท่าน "น้ำพริก" นวัตกรรมเพื่อ การชะลอวัย เป็นอาหารของคน ใจถึงและรักในรสชาติที่เข้มขั้น สม กับคนรักสุขภาพที่แท้จริง น้ำพริกนั้นกินดีในสองช่วงเวลา...

หนึ่งเข้ายามฟ้ายามฝน - สองเข้ายามเย็นแดดร่มลมตก น้ำพริกช่วยกระจายกองลมดีนักแล แถมยังช่วย ย่อยให้สบายท้องโล่งโปร่ง อาหารจะถูกย่อยได้อย่างมีคุณภาพแปรไปเป็น พลังงานเพื่อเลือดเนื้อร่างกาย น้ำพริกนั้นมีเป็นสิบเป็นร้อยวิธีปรุง แต่เห็น นิยมกันแต่น้ำพริกกะปิที่เป็นของหมักของดอง น้ำพริกไม่เข้ากะปก็ยังมีอีกมากนัก เช่น น้ำพริกข่า น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง น้ำพริกผักชี น้ำพริกกุ้งแห้ง น้ำพริกพริกไทย น้ำพริกตาแดง น้ำพริกกากหมู น้ำพริกโจร น้ำพริกเผา น้ำพริกมะขามเปียก น้ำพริกตะไคร้ น้ำพริกมะเด่น น้ำพริกคั่วทราย น้ำพริกผัดหมู น้ำพริกหน้าตั้ง น้ำพริกพม่า 9ฯ

ขอยกตัวอย่างน้ำพริกเป็นยาสักขนาน "น้ำ- พริกตะไครั้" เหมาะสำหรับคนไม่ชอบกลิ่นรสของ กะปี ทำเก็บไว้ได้นาน เพราะผ่านความร้อนด้วย การผัด มีโปรตีนจากกุ้งแห้ง มีสรรพคุณของตะไคร้ มีรสกลมกล่อมครบรสเผ็ด-เค็ม-เปรี้ยว-หวาน ใช้เผ็ดจากพริกขี้หนูและพริกชี้ฟ้า ต้องสีแดง เท่านั้น สีจะได้สวย เพราะเข้ากับกุ้งแห้งที่สีแดง และใช้หอมแดงซอยที่สีแดง ตะไครซอย พริกไทย เม็ดหอม" โขลกพริกและพริกไทยให้ละเอียดยิบ จากนั้น ตามด้วยตะไคร้และหอมแดงที่ซอยไว้ ตำให้ละ เอียดเข้ากัน ใส่เกลือเข้าไปหน่อยจะได้โขลกได้นัว ขึ้น ใส่กุ้งแห้งปัน คลุกให้เข้ากัน เทน้ำมันลงกระทะแต่น้อย ร่อนน้ำมันให้ทั่ว กระทะ เอาน้ำพริกที่โขลกลงคั่ว ขาดเค็มใช้เกลือ เอา หวานตัดเค็มนิด ปรุงรสเปรี้ยวด้วยน้ำมะขามเปียก คั่วต่อจน แห้งสนิทดี  เก็บเข้ากระปุกกินได้นานวัน วิชาเภสัชศาสตร์ของหมอไทยนั้น กล่าว ถึงสรรพคุณของตะไคร้ไว้ว่า "ช่วยบำรุงธาตุและไฟธาตุ ช่วย แก้อาการเบื่อหน่ายอาหาร ช่วยขับ น้ำดีมาย่อยอาหาร ช่วยลดอาการ ท้องอืดแน่นเฟ้อ น้ำพริกนั้นมาพร้อมกับเครื่องจิ้มเครื่องแนม น้ำพริกถ้ากินกับผักตั้มกะทิต้องแนมด้วยปลาฟ ไม่ใช่ปลาทู แต่ถ้ากินกับผักดองต้องแนมด้วยหมู น้ำพริกนั้นกินดีในสองช่วง เวลา...หนึ่งเข้ายามฟ้ายามฟน สองเข้ายามเย็นแดดร่มลมตก หวาน ถ้ากินกับผักผัดน้ำมันต้องแนมด้วยปลาย่าง หรือไข่เค็ม นั่นคือศิลปะในการกินน้ำพริกของคนไทย ที่ทำให้การกินนั้นครบรสชาติอย่างเอร็ดอร่อย วัยหมดไฟต้องเติมด้วยไฟ เติมด้วยอาหาร ย่อมดีกว่าเติมด้วยยา เหมือนที่ฮิปโปรเครติสเคยบอกไว้เมื่อนานมา แล้วว่า... "จงใช้อาหารเป็นยารักษาโรค และ ให้อาหารเป็นยาของท่าน" ชะลอวัยให้แก่ซ้ำด้วยน้ำพริก จุดไฟย่อยให้ลุก โพลง ไฟแห่งชีวิตจะลุกตาม จะได้ไม่ดับมอดเร็ว เราคนไทยสามารถกินน้ำพริกได้ทุกวัน ใน ๓๐ วันโดยไม่ซ้ำกันเลยสักวัน แต่จะกินน้ำพริกก็ต้องกินให้ถูกกับสภาพ อากาศ ถ้าเข้าร้อนให้กินรสไม่จัดมาก ถ้าเข้าลมให้ กินรสจัดได้ ถ้าเข้าหนาวให้น้นที่รสเปรี้ยว ขอยกตัวอย่างน้ำพริกตามฤดูกาล ดังนี้ ฤดูร้อน ทุกน้ำพริกที่รสไม่จัด เช่น น้ำพริก อ่อง น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกเผา ทุกน้ำพริกที่รสจัดได้ เช่น น้ำพริก ฤดูฝน กะปี น้ำพริกตาแดง น้ำพริกขี้กา ฤดูหนาว ทุกน้ำพริกแต่ต้องปรุงรสไม่จัดและ มีรสเปรี้ยวนำ เช่น น้ำพริกมะดัน น้ำพริกมะม่วงซอย ขอยกวิธีปรุงสามน้ำพริก สำหรับสามมื้อตาม สภาพอากาศ เอามาประยุกต์เสียใหม่ เพื่อคนรุ่น ใหม่น่าจะบริโภคได้สมยุคสมัยที่เปลี่ยนไป  จะกินนำพริกก็ต้องกินให้ถูก กับสภาพอากาศ ถ้าเข้าร้อน ให้กินรสไม่จัดมาก ถ้าเข้าลมไท กินรสจัดได้ ถ้าเข้าหนาวให้เน้น ที่รสเปรี้ยว

มื้อเซ้า ข้าวเหนียวปั้นจี-น้ำพริกหนุ่ม - ข้าวนึ่งแผ่เป็นทรงกลม ชุบไข่เป็ดแล้วนำไปจี่ - นำข้าวจีมายัดใสน้ำพริกหนุ่มและแตงกวา ม้วนเป็นทรงกลมยาว - ตัดเป็นชิ้นพอดีคำ 269 ข้าวทอด-ไส้น้ำพริกอ่อง - ข้าวสารเก่าหุง - นำน้ำพริกอ่องขยำรวมกับข้าวจนนัวเข้ากัน - ปั้นเป็นก้อนกลมชุบไข่และผงขนมปังเคลือบ - นำไปทอดจนเหลืองสวย

 

มื้อกลางวัน น้ำพริกผัดหมูสับ แบบคนโคราช ของเดิมของแท้นั้นเป็นน้ำพริกผัดที่ใช้กะทิแทน น้ำมัน อร่อยหอมหวานมันกว่ากันเยอะ สมัยก่อนนั้นน้ำมันหายากกว่ามะพร้าว แต่คน เดี๋ยวนี้ใช้น้ำมันผัดแทนกะทิ เพราะคุ้นน้ำมันมาก กว่ากะทิ ทำให้ไม่รู้จักอรรถรสของอาหารสมัยเดิม กันอีกแล้ว เครื่องโขลกน้ำพริกครกนี้มี หอมแดงกระเทียม ไทย ข่า ตะไครั้ ทั้งหมดนำมาซอยใบมะกรูดฉีก พริก นำพริกไทยมีเป็นสิบเป็นร้อย ขนาน สมารถกินได้ทุกวันเป็นเดือน โดย ไม่ซ้ำกันสักนำพริกเดียว แห้งบางชง แล้วลงคั่วในกระทะพอให้น้ำมันหอม ระเหยส่งกลิ่นหอมออกมา จากนั้นลงครกโขลกจน ละเอียด เอาเนื้อหมูติดมันมาสับละเอียด (ห้ามหมูบด) นำลงรวนกับหางกะกิจนหมูสุกพักไว้ก่อน จากนั้นเอา หัวกะทิลงกระทะเดี่ยวจนแตกน้ำมัน ถึงเอาเครื่อง โขลกลงผัดกับกะกิจนหอมฟุ้ง ค่อยใส่หมูรวน ผัดต่อ จนแห้ง ปรุงรสเผ็ดนำ เค็มตาม หวานท้าย ตักลงถ้วย โรยใบมะกรูดซอย ใบผักชีลาวซอย แต่งหน้า กินกับผักราดกะทิ แนมกับปลาทอดเป็น อร่อยเหาะ ทำเก็บเข้ากล่องแช่ตู้เย็นเก็บได้นาน ถ้าเบื่อข้าว จะเอาไปทำเป็นไส้แซนวิซ ไว้ครัว- ซอง หรือเอาไปผัดกับเส้นสปาเก็ตตี้ เส้นมะกะโรนี ก็อร่อยไปอีกแบบ มื้อเย็น น้ำพริกพริกไทยสด ประกอบด้วย พริกไทยสด หอม กระเทียมไทย กลีบเล็ก พริกชี้ฟ้าสามสี กุ้งแห้ง นำกุ้งแห้งและเกลือเม็ดลงโขลก จากนั้นตาม ด้วย หอม กระเทียม พริกชี้ฟ้า โขลกพอหยาบ จากนั้นนำพริกไทยสดลงบุบจนทั้งหมดเข้ากัน แล้วพักไว้ นำไปผัดโดยใช้น้ำมันหมู ผัดกับหมูสามชั้นพอสุก

 

จากนั้นนำน้ำพริกลงผัด ปรุงรสแค่เค็มหวาน เท่านั้นพอ น้ำพริกไทยมีเป็นสิบเป็นร้อยขนาน สามารถ กินได้ทุกวันเป็นเดือน โดยไม่ซ้ำกันสักน้ำพริกเดียว และน้ำพริก คือยาและเป็นยาช่วยชะลอวัย เรา สามารถเอาน้ำพริกมาแปรเป็นนวัตกรรมตามยุค สมัยได้อีก เอาไปทำเป็นแซนวิช เป็นแฮมเบอร์เกอร์ เป็นสปาเก็ตตี้ เป็นผัดมะกะโรนี ได้อีกหลากหลาย มนู อยู่ที่จะคิดสร้างสรรค์กันไป ใครไม่อยากแก่เร็ว ก็ลองหาน้ำพริกมากิน โดยไว ให้ไว กินทุกวันได้ยิ่งดี หรืออย่างน้อย กินน้ำพริกให้ได้สักสามถึงสี่ครั้งต่อสัปดาห์ดีต่อ สุขภาพแน่นอน โดยเฉพาะคนเป็นโบราณโรค คือ เป็นมาเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ไขมัน คนทำงานติด เก้าอี้ คนติดเกม ติดโลกโซเชียล ดีต่อท่านนักแล

โดย : triplesevenclub13 มี.ค. 2563 เวลา 16:06180.183.137.71153
ตอบกระทู้
Tags » อาหาร 

ตอบกระทู้

โปรดอ่าน ก่อนตอบกระทู้
ก่อนตอบกระทู้ กรุณาอ่าน กฏ กติกา ในการใช้งานเว็บบอร์ด ซึ่งถือเป็นข้อตกลงในการใช้บริการก่อน

ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์ ThaiZA.com ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บไซต์ โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้

ห้ามทำ
  • การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
  • การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
  • เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
  • การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน

จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์

ขอขอบคุณ THAIZA.com
ข้อความตอบ :
    
ตอบโดย ชื่อ :
 
ใส่ตัวอักษร ให้ตรงกับรูปด้านบน
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใดๆ ที่ไม่เหมาะสม
ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร
หรือการกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@thaiza.com โดยด่วนค่ะ
กลับขึ้นด้านบน