Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

Docquity จับมือกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียสู้วิกฤตโควิด-19

Docquity จับมือกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย เฟ้นหาแพทย์กว่า 800 รายทั่วประเทศ เพื่อต่อสู้วิกฤตโควิด-19

 

นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เมื่อเดือนมีนาคม ความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลทั่วประเทศอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Docquity ซึ่งเป็นเครือข่ายสำหรับวิชาชีพแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้ยกระดับเพื่อรับมือความท้าทายดังกล่าว และร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย (MOH) ด้วยการช่วยสรรหาและและฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นอาสาสมัคร ผ่านหลักสูตรการเรียน การบรรยาย การสัมมนาออนไลน์ และการสาธิตที่หลากหลายจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์อาวุโส

 

เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียร่วมมือกับ Docquity และชวน Docquity เข้ากลุ่ม Indonesian Telemedical Alliance (Atensi) ซึ่งจะขนาบข้างทำงานร่วมกับ MOH และ IDI (Ikatan Dokter Indonesia) รวมถึงโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในการช่วยลงทะเบียนและสรรหาแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อสู้กับภัยนี้ โดยแพทย์กว่า 800 คนได้ลงทะเบียนผ่าน Docquity และหลายคนได้รับมอบหมายให้มาปฎิบัติงานที่โรงพยาบาลชั่วคราวสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่เขตเกอมาโยรัน ในกรุงจาการ์ตา

 

ประธาน PP Perdatin หรือ Association of Indonesian Anaesthesia & Intensive Therapy Doctors เป็นหนึ่งในผู้ฝึกสอนและอาจารย์อาวุโสที่จะเข้ามาดำเนินการด้านการศึกษาและการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม Docquity โดยบุคคลผู้นี้ได้กล่าวไว้ว่า “หนึ่งในแง่มุมที่สำคัญของการฝึกอบรมคือ การมุ่งเน้นการจัดการและการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะแพทย์จะเข้าดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนัก อันเนื่องมาจากโควิด-19”

 

อมิต วิธาล ผู้ร่วมก่อตั้ง Docquity กล่าวว่า “ความร่วมมือและการสนับสนุนจาก MOH และ PBIDI มีผลกระทบเป็นอย่างมากสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการดูแลและรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เรากำลังจัดฝึกอบรมและการเรียนรู้ภาคปฎิบัติทางออนไลน์กับบุคลากรทางการแพทย์เกือบ 2-3 ครั้งในแต่ละวัน เพื่อที่ว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นอาสาสมัครสามารถเข้ารับการฝึกอบรมและอัพเดททุกวัน อีกทั้งเหล่าแพทย์อาวุโสจะเข้ามาร่วมอัพเดทเกี่ยวกับผู้ป่วยโควิด-19 เช่นเดียวกัน”

 

Docquity ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 และเป็นเครือข่ายสำหรับวิชาชีพแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีแพทย์กว่า 200,000 คนจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม สำหรับในอินโดนีเซียเพียงประเทศเดียว Docquity มีแพทย์มากกว่า 85,000 รายที่มีบทบาทบนแพลตฟอร์ม Docquity และในการร่วมมือกับ MOH ครั้งนี้ Docquity จัดทำโปรแกรมเฉพาะกว่า 30 รายการกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ซึ่งรวมถึงแพทย์ พยาบาล และนักศึกษาแพทย์ ที่อยู่แนวหน้าในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

คุณอมิต กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา และยังเน้นย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นต่อการศึกษาอย่างต่อเนื่องของแพทย์ แพทย์เป็นฮีโร่ของเรา และ Docquity จะใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของเครือข่ายแพทย์ เพื่อคิดค้นนวัตกรรมสำหรับการช่วยเหลือวีรชนของเราในการต่อสู้กับไวรัสในอินโดนีเซีย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด”

 

เกี่ยวกับ Docquity

Docquity ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 เพื่อขยายความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความรู้ในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ Docquity ทำงานร่วมกับสถาบันการแพทย์และสมาคมการแพทย์แห่งชาติ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวสำหรับแพทย์ของ Docquity ทำให้แพทย์สามารถปรึกษาและร่วมมือกัน ขณะส่งมอบ Continuing Medical Education และการประชุมทางการแพทย์โดยตรงผ่านโทรศัพท์มือถือของแพทย์

 

ปัจจุบัน Docquity มีแพทย์ที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 190,000 ราย ใน 5 ประเทศภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นเครือข่ายแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Docquity ได้รับการสนับสนุนจากทั้งนักลงทุนระดับองค์กร เช่น Itochu Corp Japan และธุรกิจการร่วมลงทุนด้านการเงิน เช่น Singapore Press Holdings, Genesia Ventures Japan, Spiral Ventures Japan และ Purvi Capital จากสหรัฐ Docquity มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ และมีทีมสมาชิก 127 รายที่อยู่ในสิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย

 

เว็บไซต์: https://docquity.com/#/

โดย : media12322 มิ.ย. 2563 เวลา 14:39124.120.140.51,140
ตอบกระทู้
สุขภาพ 

ตอบกระทู้

โปรดอ่าน ก่อนตอบกระทู้
ก่อนตอบกระทู้ กรุณาอ่าน กฏ กติกา ในการใช้งานเว็บบอร์ด ซึ่งถือเป็นข้อตกลงในการใช้บริการก่อน

ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์ ThaiZA.com ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บไซต์ โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้

ห้ามทำ
  • การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
  • การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
  • เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
  • การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน

จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์

ขอขอบคุณ THAIZA.com
ข้อความตอบ :
    
ตอบโดย ชื่อ :
 
ใส่ตัวอักษร ให้ตรงกับรูปด้านบน
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใดๆ ที่ไม่เหมาะสม
ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร
หรือการกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@thaiza.com โดยด่วนค่ะ
กลับขึ้นด้านบน