Facebook Twitter
gPlus 

พรบ. กับ ประกันรถ ต่างกันอย่างไร

มือใหม่หัดขับทั้งหลาย เมื่อได้มีรถเป็นของตัวเอง แล้วต้องไปดำเนินการต่างๆเกี่ยวกับเอกสารรถยนต์ ก็คงจะสงสัยว่าระหว่างพรบ.กับประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดีต่างกันอย่างไร วันนี้เราไปทำความเข้าใจกันค่ะ

ทั้งพรบ.และประกันรถยนต์ต่างก็เป็นการทำประกันภัยเหมือนกัน พรบ. คือ การทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หากไม่ทำจะผิดกฎหมาย และต่อภาษีรถไม่ได้ ทั้งยังต้องเสียค่าปรับอีกต่างหาก ส่วนประกันรถยนต์ คือ การทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่เราจะทำหรือไม่ก็ได้ ไม่ผิดกฎหมาย ทำเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินและชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนน และผู้โดยสาร โดยมีหลายประเภทให้เลือก ทั้งประกันชั้น 1 2 3 2+ และ 3+ เราไปดูรายละเอียดความคุ้มครองกันต่อดีกว่าค่ะ

พรบ. หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ให้ความคุ้มครองดังนี้

  1. ค่าเสียหายเบื้องต้นทีได้รับทันที โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บตามจริง โดยวงเงินไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพอย่างถาวร จะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาทต่อคน
  2. ค่าเสียหายส่วนเกิน กรณีพิสูจน์แล้วว่าเราเป็นฝ่ายถูก จะได้รับค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บตามจริง โดยวงเงินไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร ได้รับเงินจากการคุ้มครอง 300,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ นิ้วขาด 1 ข้อขึ้นไปได้รับ 200,000 บาท สูญเสียอวัยวะ 1 ส่วน ได้รับ 250,000 บาท สูญเสียอวัยวะ 2 ส่วน ได้รับ 300,000 บาท หากต้องได้รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล จะได้รับเงินค่าชดเชยรายวันจำนวน 200 บาทต่อวัน รวมไม่เกิน 20 วัน และสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน

การทำประกันรถยนต์ที่ไหนดี คือ การทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ จะให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันดังนี้

  1. ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองรถในทุกกรณี ทั้งรถชนกับยานพาหนะทางบกหรือสิ่งอื่นใดที่นอกเหนือจากนั้น เช่น เสาไฟฟ้า กำแพง ฟุตบาท โดยจะมีค่าเสียหายส่วนแรกตามมา ซึ่งเรียกว่าการเคลมแห้ง และให้ความคุ้มครองตัวรถในกรณีสูญหายและไฟไหม้อีกด้วย
  2. ประกันชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองรถในทุกกรณี ยกเว้นเมื่อรถชนกับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ยานพาหนะทางบก และต้องระบุตัวคู่กรณีได้ ทั้งยังคุ้มครองรถยนต์ในกรณีสูญหายและไฟไหม้อีกด้วย
  3. ประกันชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองรถเมื่อชนกับยานพาหนะทางบก โดยคุ้มครองทั้งรถเราและรถคู่กรณี และสามารถระบุตัวคู่กรณีได้ แต่ไม่คุ้มครองรถในกรณีรถยนต์สูญหายหรือถูกไฟไหม้
  4. ประกันชั้น 3 ให้ความคุ้มครองน้อยที่สุด แต่ราคาก็ถูกที่สุดเช่นกัน โดยจะให้ความคุ้มครองเฉพาะรถคู่กรณีเท่านั้น ในอุบัติเหตุที่เกิดจากยานพาหนะทางบกชนกัน

เมื่อเราทราบข้อมูลและรายละเอียดของความคุ้มครองและความแตกต่างระหว่างพรบ. กับประกันรถยนต์ประเภทต่างๆแล้ว ก็ควรที่จะดำเนินการทำพรบ.ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และนำรถไปเสียภาษีประจำปีให้ตรงเวลาทุกครั้ง เพราะจะได้ไม่เสียค่าปรับจากการจ่ายภาษีล่าช้าหรือเกินกำหนด และควรพิจารณาข้อมูลและรายละเอียดของกรมธรรม์แต่ละประเภทของหลายๆบริษัท นำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ไหนดี ให้ได้กรมธรรม์ที่ถูกใจ และคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายไป

โดย : unyana29 ก.ย. 2562 เวลา 22:24183.88.193.165155
ตอบกระทู้

ตอบกระทู้

โปรดอ่าน ก่อนตอบกระทู้
ก่อนตอบกระทู้ กรุณาอ่าน กฏ กติกา ในการใช้งานเว็บบอร์ด ซึ่งถือเป็นข้อตกลงในการใช้บริการก่อน

ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์ ThaiZA.com ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บไซต์ โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้

ห้ามทำ
  • การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
  • การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
  • เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
  • การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน

จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์

ขอขอบคุณ THAIZA.com
ข้อความตอบ :
    
ตอบโดย ชื่อ :
 
ใส่ตัวอักษร ให้ตรงกับรูปด้านบน
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใดๆ ที่ไม่เหมาะสม
ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร
หรือการกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@thaiza.com โดยด่วนค่ะ
กลับขึ้นด้านบน