Facebook Twitter
gPlus 
ข่าวด่วนประเด็นร้อน

อพวช. ร่วมกับ 5 องค์กรภาคี เดินหน้าสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ ชูพิพิธภัณฑ์พระราม 9 เป็นแบบอย่าง



องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จัดพิธีลงนามความร่วมมือกับ 5 หน่วยงาน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกระดับความร่วมมือด้านการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีผู้แทนจาก UNESCO ร่วมเป็นสักขีพยานในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและติดตามการจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ (SDGs)   พร้อมกันนี้ อพวช. ยังเปิดให้ชมความก้าวหน้าการสร้างพิพิธภัณฑ์พระราม 9 ณ ต.คลองห้า จ.ปทุมธานี พิพิธภัณฑ์ด้านนิเวศวิทยาที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย ที่จะเปิดให้บริการในปี 2562 นี้


ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า อพวช. ได้ปฎิบัติภารกิจในการสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ ด้วยการถ่ายทอดความรู้ สร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านพิพิธภัณฑ์ กิจกรรม ให้กับสังคมไทยมาตลอดระยะเวลา 24 ปี ดังนั้น การสร้างความร่วมมือระหว่าง อพวช. กับทั้ง 5 หน่วยงาน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับประเทศ โดยการสร้างรากฐานที่สำคัญคือการสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ อันเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

อีกทั้งยังเป็นการตอบโจทย์คำเชิญชวนขององค์การสหประชาชาติที่กำหนดให้ทุกประเทศร่วมมือในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการ ภายในปี ค.ศ.2030 หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Sustainable Development Goals (SDGs) โดยเป้าหมายที่ 17 “Partnerships for the Goals” นั่นคือการร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน หากพิจารณาให้ดีแล้ว จะพบว่าทุกเป้าหมายมีความเชื่อมโยงและส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะนำพาให้เราบรรลุเป้าหมายได้นั้น นอกจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแล้ว ยังต้องให้สำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์คือ วัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนรักในการแสวงหาความรู้ มีใจกว้าง รับฟังความคิดเห็น และใช้กระบวนการคิดและตัดสินใจในการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมีเหตุผลอีกด้วย

พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติเกาะและทะเลไทย กล่าวถึงการลงนามความร่วมมือ ว่า อพวช.และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติเกาะทะเลไทย มีการสร้างความร่วมกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งในโอกาสที่จะได้มี MOU ร่วมกันในครั้งนี้ จะยิ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการร่วมสร้างความตระหนักทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

พล.อ.อ. ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กล่าวถึงการลงนามความร่วมมือ ว่า โดยปกติสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำวิทยศาสตร์ มาใช้ในกระบวนการคิดค้นพัฒนา และก่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ใหม่ๆ มากมาย และได้มีการร่วมมือกับ อพวช. ในการทำงานร่วมกันในโครงการการแข่งขันดาวเทียม CANSAT และได้ร่วมกันพัฒนากิจกรรมพัฒนาศักยภาพและความรู้ด้านเทคโนโลยีทางอากาศในเยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการลงนามความร่วมมือกันในครั้งนี้ จึงเป็นผลดีอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนให้ประชาชน เยาวชน ได้ตระหนักถึงวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้น

ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการลงนามความร่วมมือ ว่า หน้าที่หลักของมหาวิทยาลัยฯ คือ การจัดการด้านการศึกษา และส่งเสริมการเรียนรู้ให้ประชากรวัยเรียน ตลอดจน สังคม ชุมชนอีกด้วยเพื่อจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมล้วนเป็นแนวทางการเรียนรู้ที่มีความสำคัญจำเป็น ดังนั้น ในการ MOU ครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชน และนักศึกษา ได้ตระหนักรู้ในด้าน วิทยาศาสตร์ นวัตกรรมต่างๆ โดยเฉพาะนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องส่งเสริมให้ประเทศไทย นำเอาวิทยาศาสาตร์ และเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นได้

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวถึงการลงนามความร่วมมือ ว่า เมื่อนโยบาย Thailand 4.0 เกิดขึ้น การจะขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยความสามารถด้านการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ซึ่งภารกิจของ สสวท.คือ การส่งเสริมการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ให้กับประชาชน ส่วนของ อพวช. นั้น เป็นหน่วยงานสำคัญ ที่ช่วยให้การเรียนรู้ด้านวิทยาศาตร์ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าสนใจ  ผ่านพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยสื่อการสอน แหล่งข้อมูลการเรียนรู้ ที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งนี้ การ MOU ร่วมกันจะเป็นผลดีในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการลงนามความร่วมมือ ว่า องค์การสวนสัตว์นับว่าเป็นหน่วยงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และข้อมูลวิชาการด้านอนุกรมวิธาน นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ทั้งสองหน่วยงานจะได้ทำงานร่วมกันในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนานิทรรศการและชิ้นงานต่างๆที่เป็นประโยชน์

ในโอกาสนี้ อพวช. ยังเปิดให้ภาคีเครือข่ายได้เยี่ยมชมความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมการเปิดให้บริการพิพิธภัณฑ์พระราม 9 โครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติของไทยและ  ของโลกที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศวิทยา และการอยู่ร่วมกันตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายในพิพิธภัณฑ์พระราม 9 แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 3 ส่วนหลักได้แก่ OUR HOME อธิบายการก่อกำเนิดจักรวาล ระบบสุริยะและโลก ไปจนถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจนกระทั่งเกิดเป็นมนุษย์ OUR LIFE แสดงให้เห็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยการถ่ายทอดผ่านทางดีเอ็นเอสู่ลูกหลาน และ OUR KING นำเสนอหลักการคิดวิธีทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ภายใต้หัวข้อ “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน” โดย อพวช. จะพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2562 นี้ ติดตามความคืบหน้าและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในการเปิดให้บริการพิพิธภัณฑ์พระราม 9 ได้ที่ 02 577 9999 ต่อ 2019 www.nsm.or.th และ Facebook : NSMThailand





โดย : ต้นตะโก31 ม.ค. 2562 เวลา 21:06184.22.87.923,509
ตอบกระทู้

ตอบกระทู้

โปรดอ่าน ก่อนตอบกระทู้
ก่อนตอบกระทู้ กรุณาอ่าน กฏ กติกา ในการใช้งานเว็บบอร์ด ซึ่งถือเป็นข้อตกลงในการใช้บริการก่อน

ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์ ThaiZA.com ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บไซต์ โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้

ห้ามทำ
  • การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
  • การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
  • เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
  • การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน

จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์

ขอขอบคุณ THAIZA.com
ข้อความตอบ :
    
ตอบโดย ชื่อ :
 
ใส่ตัวอักษร ให้ตรงกับรูปด้านบน
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใดๆ ที่ไม่เหมาะสม
ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร
หรือการกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@thaiza.com โดยด่วนค่ะ
กลับขึ้นด้านบน